สีหน้าแม่น้องชมพู่

ยังคงได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง จากกรณีของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยใช้เวลากว่า 3 เดือนแล้วยังไม่สามารถหาคนทำได้จนถึงตอนนี้

ล่าสุดตาน้องชมพู่ ได้นำ นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล, นางแต๋น วิภา, นายอนามัย วงศ์ศรีชา อายุ 36 ปี พ่อ, นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา อายุ 38 ปี แม่น้องชมพู่ พร้อมญาติในครอบครัว ได้แก่ นายเสริม สุขพันธ์, นางต๋าย สุขพันธ์, นายนรินทร์ หลาบโพธิ์, น.ส.น้ำฝน หลาบโพธิ์ ไปที่วัดถ้ำภูผาแอก บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง เพื่อเข้าทำพิธีสๅบานตนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากกรณีการจา กไปของน้องชมพู่

นายชาญ หลาบโพธิ์ ตาน้องชมพู่ กล่าวว่าตนเองได้พาลูกหลานและลูกเขย มาทำพิธีกล่าวคำสๅบานต่อหน้าพระอาจารย์บุญมา เจ้าอาวาส และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดแห่งนี้โดยจะให้ทุกคนได้กล่าวชื่อของตัวเอง พร้อมกับให้กล่าวสๅบานว่า หากข้าพเจ้ามีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปจนถึงแก่ความตายของ ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ศรีชา น้องชมพู่ ขอให้มีอันเป็นไป และหากไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องกับการตายของน้องชมพู่ ขอให้มีแต่ความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป

ครอบครัวน้องชมพู่

เมื่อกล่าวคำสๅบานเสร็จ นายชาญ หลาบโพธิ์ ได้ดื่มน้ำสๅบานเป็นคนแรก ลำดับต่อมาเป็นลูกสาว ลูกชาย และลูกเขยอีก 2 คน ส่วน นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล และนางแต๋น วิภา ภรรยา ของดการดื่มน้ำสๅบาน แต่จะไปดื่มน้ำสๅบานที่วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ โดยเจ้าตัวแจ้งว่าที่วัดพระแก้วเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์กว่าทุกที่ทุกแห่ง

ทั้งนี้คนในครอบครัวได้ร่วมดื่มน้ำสๅบานแล้ว ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อกับกรณีใดๆ ของน้องชมพู่ ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวจากทางฝั่งลุงพล ว่า สาเหตุที่ไม่ยอมดื่มน้ำร่วมกับกลุ่มญาติบ้านกกกอก เนื่องจากกลัวถูกย าสั่ง จึงขอไปดื่มน้ำสๅบานที่วัดพระแก้ว เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ขอบคุณ Thairath / สยามสตรีท