เผยแล้ว ทำไม เกริก ซิลเลอร์ ถึงเลือกออกจากวงการ ไปตัดผม ทั้งๆที่ได้ตังน้อยกว่า

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก สำหรับ เกริก ซิลเลอร์ อดีตนักแสดงหนุ่ม ที่ใครหลายคนต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี หลังจากที่หายออกไปจากวงการบันเทิงก็ได้เริ่มต้นอาชีพเป็นช่างตัดผม โดย เกริก ชิลเลอร์อยู่ในวงการบันเทิงมานานเกือบถึง 30 ปีเลยทีเดียว

เกริก ซิลเลอร์ อดีตนักแสดงหนุ่มสุดเข้ม

ประวัติคร่าวๆ เคิร์ก วิลเลี่ยม ชิลเลอร์ (อังกฤษ: Kirk William Schiller) มีชื่อจริงเดิม อำพล วิชัยวงศ์ หรือชื่อในวงการว่าเกริก ชิลเลอร์ ชื่อเล่น แจ็ค เป็นนักแสดงชาวไทย มีเชื้อสายอเมริกันจากคุณพ่อ

เป็นนักแสดงที่อยู่ในวงการมานาน

เกิดเมื่อวันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2517 เป็นที่รู้จักจากบทฤทธิ์ ในโฆษณาเหล้าแบลคแคทในปี พ.ศ. 2539 ต่อมาได้แสดงภาพยนตร์ครั้งแรกในเรื่อง ลับแลคนมหัศจรรย์ ในปี พ.ศ. 2540 หลังจากนั้นก็มีงานเข้ามาเรื่อย ๆ

ทางด้านชีวิตส่วนตัวเขาสมรสกับนักแสดง ศานันทินี พันธุ์ชูจิตร มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ แซมมี่, วินนี่ และบิวตี้

หลายๆคนสงสัยมานาน ที่หลายคนอาจจะตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมผู้ชายคนนี้กล้าที่จะทิ้งแสง สี เสียงและรายได้มากมายในวันที่ยังกอบโกยได้ วันนี้เรามีคำตอบจากผู้ชายที่ชื่อ “เกริก” มาให้ฟัง

อัพเดทชีวิต อัพเดทนิดนึงตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง “ตอนนี้ผมก็ตัดผมครับแล้วก็มีผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเอง

เป็นเจ้าของกิจการ Schiller Hair Product มี Product อยู่ 9 ตัว เดี๋ยวมีเปิดกล้องละครสิ้นเดือนนี้”เรียกได้ว่ากลับมารับงานในรอบ 3 ปีไหม“ใช่ครับ แล้วก็จะเจอหน้ามาตามรายการมากขึ้น ก่อนหน้านั้นรายการก็ไม่เอา พี่ไม่เอาเลยเพราะว่าเราจะตัด

ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอย่างอบอุ่น

อะไรมันต้องหยุดให้ขาด ถ้ามันหยุดไม่ขาดมันจะไม่มีสมาธิทำ ซึ่งตอนนั้นผมทำธุรกิจแล้วก็ดูแลครอบครัว” อะไรที่ทำให้ตัดสินใจแบบนั้น“ด้วยความที่เราเป็นผู้ชาย เราเป็นหัวหน้าครอบครัว เราจะฝากชีวิตไว้กับการแสดงอย่างเดียวไม่ได้เพราะว่าอายุของนักแสดง

ผันตัวมาทำงานเป็นช่างตัดผม

หากแก่ตัว มันจะมีเวลา เราแก่ตัวขึ้นมา ถ้าเราไม่ไหว ถ้าเราไม่ไหวขับรถไปถ่ายละครนั้นหมายความว่าทุกอย่างมันจบถูกต้องไหม เพราะฉะนั้นเราไม่อยากมีจุดจบแบบนั้นไง เราอยากจะจบแบบถ้าเราไม่ไหวเราก็ยังมีรายได้เข้ามา เพราะฉะนั้นด้วยความเป็นผู้ชายเป็นหัวหน้า

ครอบครัวเราก็ต้องทำธุรกิจให้มันแข็งแรง แล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากัน ถึงแม้ว่าจะอยากเล่นละครอะไรมากแค่ไหนแต่ก็ต้องยอมเพื่อจะไปทำชีวิตเป็นของตัวเองให้เป็นแบบนั้นไปก่อน ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมาก็ปฏิเสธละครไปเยอะนะ” เสียดายไหม

เสียดายไหมที่ไม่ได้เล่นละคร “ไม่เสียดายครับ แล้วก็ไม่คิดด้วย แล้วก็ไม่ได้นึกเสียดายเลยด้วย ถ้าไม่ได้กลับมาในวงการบันเทิงอีกจะกลับมาไม่ได้จะต่อไม่ติด ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย เพราะว่าผมเชื่อว่าคนเรามันทำอะไรก็ได้ ถ้ามันมีความตั้งใจจริงถ้ามันมีความมุ่งมั่นนะครับ ผมอยู่ในวงการ

บันเทิงมาตั้งแต่ ผมถ่ายโฆษณามาตั้งแต่อายุสิบสาม จนกระทั่งถึงตอนนี้คือมันยี่สิบเกือบสามสิบปี

รับละครปีละ 13 เรื่องก็มี นึกออกไหมว่ามันก็จะมีทักษะแค่ในวงการ ซึ่งมันผมไม่อยากมีทักษะแค่ในวงการ ผมอยากมีทักษะทางด้านอื่นๆด้วย เหมือนมนุษย์ปกติ

ทั่วไปเขาทำกัน ยกตัวอย่างเช่น มันจะต้องดูบัญชีเองยังไง ติดต่อข้าราชการยังไงเสียภาษียังไง มันจะต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างอะไรยังไง วิธีการจัดระบบในออฟฟิศมันจะต้องทำยังไงอย่างนี้ คือทุกอย่างที่ผมพูดมาในวงการละครมันไม่มี มันไม่มีสอนเรา

เป็นอดีตนักแสดงหนุ่มมาดเข้มมากๆ

มันสอนให้ผมรู้แค่การแสดงเป็นยังไง วิธีการทำงานของกองถ่ายเป็นยังไง วิธีคิดมันเป็นยังไง มันแค่นั้นเอง แต่พอหลุดออกมาจากโลกแห่งละครแล้วแล้วไปสู่โลกแห่งความจริง ผมมีความรู้สึกว่าผมทำไมไม่เก่งแบบคนนี้ ทำไมผมไม่ได้เป็นนักธุรกิจแบบคนนี้

ทำไมผมถึงจัดการอะไรไม่ได้ ถ้าผมไม่จ้างคนให้มาช่วยผมทำงานแล้วผมต้องทำเองนั้นแสดงว่าผมทำอะไรไม่เป็นเลยนะ เพราะฉะนั้นถ้าผมอยากจะสอนบุตร สอนหลานได้นั้นแสดงว่าผมต้องทำเป็นก่อนในทุกๆขั้นตอนตั้งแต่เล็กๆไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆมันเป็นวิธีคิด

ของผมนะ มันก็ไม่รู้หรอกว่ามันถูกมันผิด แต่ว่าผมก็เซ็ทระบบนี้เพื่อครอบครัวของผมและตัวเอง” ชอบจนตัดสินใจเปิดร้าน“ทุกวันนี้ร้านก็ไม่ได้เปิดจริงๆจังๆเป็นเรื่องเป็นราวนะ ก็คือผมจะมีสตูดิโออยู่ที่บ้านอยู่แล้ว ซึ่งสตูดิโอนี้ทำเพื่อสอนการแสดงเมื่อก่อน

ชีวิตปัจจุบัน หันมาทำอาชีพเป็นช่างตัดผมเรียบร้อยแล้ว

แล้วก็ไม่มีเวลาสอนในที่สุด แล้วก็มันก็โล่งอยู่แล้วก็มาทำเป็นที่ตัดผม เดี๋ยวเดือนมิถุนาจะย้ายไปข้างนอกก็จะเริ่มยุ่งละ” ตอนนี้วันหนึ่งตัดกี่คนผมตัดสูงสุดคนเดียวก็ 15- 18 คน จริงๆ 10 คนก็เยอะแล้วนะ เพราะผมตัดผมคนหนึ่งผมใช้เวลาค่อนข้างนาน

เพราะผมจะละเอียด แต่ละคนมาก็ให้ผมทำให้ทั้งนั้น แค่บอกความต้องการมานิดหน่อยแล้วเราก็แชร์กัน” เรียกว่าตอนนี้แฮปปี้กับการใช้ชีวิตแบบนี้“แฮปปี้มาก พี่ทำงานที่บ้านแล้วก็จะมีบริษัทนึงที่ช่วยพี่ซึ่งจะอยู่แถวๆรามอินทรา พี่ไม่ต้องขับรถไกล

อะไรที่พี่ไม่ต้องขับรถไกลพี่แฮปปี้มาก เพราะพี่เพลียๆรับงานเพราะขับรถ อย่างปีนี้ขับรถอีกแล้ว พอใช้ชีวิตความเป็นตัวเองแล้วเป็นยังไงบ้าง“ความเป็นฉันกลับมาได้ดีเลย มันเริ่มมาตั้งแต่พี่สักแล้ว เต็มตัวไปหมดเลย นั่นแหละ!! ฉันจะเอาความเป็นฉันกลับคืนมา

เป็นผู้ชายหล่อเข้ม และรักครอบครัวมาก

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับชีวิตของ เกริก ซิลเลอร์ บอกเลยว่าเป็นการตัดสินใจที่ยากจริงๆ สำหรับชีวิตที่อยู่ในวงการบันเทิงมาเป็นสิบปี ทางเราก็ต้องขอเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

ขอบคุณ : schillerstudio